ภาษาไทย | English
ค้นหา:
หน้าแรก สินค้า เว็บบอร์ด เกี่ยวกับเรา บทความ วิธีการชําระเงิน ติดต่อเรา
เข้าสู่ระบบ!!    
สถิติของเวบไซต์

เปิดเวบเมื่อ 25/07/2548
ปรับปรุงเวบเมื่อ 11/12/2561
ผู้ชมทั้งหมด
สินค้าทั้งหมด 98
หมวดหมู่สินค้า/บริการ
ดัชนีราคา
รวมทุกหมวดหมู่ (98)
 PREMIUM Domain Name
 Global Domain Name
 Country Domain Name
 Thai Domain Name
 Special Price Domain Name
 Info Domain
 Email for Sell (Hotmail)
 Email for Sell (yahoo)


บริการของร้านค้า
have some question call me Skype
Skype Me™!

eXTReMe digital Tracking

eXTReMe Tracker
Google Pagerank Button Powered by MyPagerank.Net
จดหมายข่าว
กรุณาใส่อีเมล์ของท่าน เพื่อรับข่าวสารที่น่าสนใจ

เว็บลิงค์
Domain Name
Check Domain Name
Godaydy.com
The Domain Name Aftermarket
Domain Name Books Guide
All Whois Domain
Favorite Music VDO

Now is your chance to get a GREAT NAME today..! :154::156::155: ติดต่อทางไลน์ ID : ommgallery

บทความ
The E-Commerce Arsenal เทคโนโลยี 12 แบบเพื่อรับมือยุคดิจิตอล พร้อมสร้างธุรกิจอี-คอมเมิร์ซ (อ่าน 14074/ตอบ 0)

ความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของอุตสาหกรรมอี-คอมเมิร์ซคือ ปัจจัยที่ทำให้ธุรกิจที่สร้างนวัตกรรม และเป็น e-business ที่แท้จริงโดดเด่นอย่างชัดเจน นั่นหมาย ถึงเป็นธุรกิจที่สามารถใช้เทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตได้เต็มประสิทธิภาพมากที่สุด ธุรกิจ ชั้นนำเหล่านี้ไม่ใช่แค่รู้วิธีใช้เทคโนโลยีเท่านั้น แต่ยังตระหนักดีว่าธุรกิจค้าปลีก ไม่ว่า จะออนไลน์หรือออฟไลน์ ก็ล้วนแล้วแต่เป็นเรื่องเกี่ยวกับคนทั้งสิ้น กลยุทธ์ที่สำคัญคือ ต้องหาส่วนผสมที่เหมาะเจาะระหว่างความต้องการของแต่ละบุคคล, การอำนวยความ สะดวกแก่ลูกค้า, การใช้เทคนิคการตลาด และกลยุทธ์การส่งเสริมการขาย การเกิดขึ้น ของเว็บทำให้คุณต้องปรับปรุงเทคโนโลยีให้ทันสมัยบ่อยครั้งขึ้น เพื่อขยายช่องทาง การจัดจำหน่ายสินค้าแบบออนไลน์

การก้าวล้ำของเทคโนโลยีทำให้การซื้อขายแบบออนไลน์เป็นไปอย่างรวดเร็ว และถูกลง กุญแจสำคัญก็คือการใช้เทคโนโลยีอย่างถูกต้องเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ หลัก 3 ข้อของการทำธุรกิจค้าปลีก นั่นคือ การดึงดูดลูกค้า, ทำให้การซื้อขายง่ายและสะดวกขึ้น และเสนอบริการที่ดีกว่าให้แก่ลูกค้า ซึ่งเทคโนโลยี 12 ประการดังที่จะแนะนำต่อไปนี้ ถือว่าเป็น "สิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง" สำหรับธุรกิจของคุณ

จะดึงดูดลูกค้ามาที่ไซต์ของคุณได้อย่างไร ทำอย่างไรให้เว็บไซต์ของคุณ ค้นหาได้ง่ายโดยเสิร์ชเอ็นจิ้น

เอ็นจิ้นช่วยค้นช่วยให้ผู้เล่นสามารถเชื่อมต่อไปสู่ไซต์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับคีย์เวิร์ดที่เขาต้องการ ตัวอย่างเช่น ถ้าผู้เล่นพิมพ์คำว่า "เปียโน" เสิร์ชเอ็นจิ้นก็จะแสดงรายการไซต์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องนับตั้งแต่ร้านขายเปียโน, ร้านขายเพลงบรรเลงเปียโน, เปียโนคอนเสิร์ต, ตัวปรับเสียงเปียโน หรือแม้แต่ "เปียโน" พิซซ่า ดังนั้นหาก คุณต้องการให้ลูกค้าหาคุณพบ คุณต้องทำให้ไซต์ของคุณติด 1 ใน 15 อันดับต้นๆ (ขึ้นอยู่กับว่าหน้าจอนั้นจะแสดงรายชื่อบริษัทได้ทั้งหมดกี่ชื่อ)

วิธีที่ดีที่สุดในการยื่นสมัครชื่อไซต์ของคุณใน URL ก็คือ ไปที่โฮมเพจของเสิร์ชเอ็นจิ้นหรือไดเร็คทอรี่นั้น แล้วทำตามข้อกำหนดของการสมัครเป็นสมาชิก อย่างไรก็ดี พึงระลึกไว้ว่าเสิร์ชเอ็นจิ้นส่วนใหญ่มักจำกัดจำนวนหน้าที่จะแสดงในแต่ละ URL ไว้ด้วย โดยคุณสามารถยื่นสมัครเป็นสมาชิกได้ตลอด 24 ชั่วโมง

มาตรฐานการจัดอันดับเว็บไซต์

ระบบการค้นหาของเสิร์ชเอ็นจิ้นนั้น อาจดูจาก เนื้อหาหรือดูที่ความนิยมอย่างใดอย่างหนึ่ง ตัวอย่างเช่น การจะจัดให้ไซต์ใดอยู่อันดับต้นๆ หรืออันดับท้ายๆ อาจพิจารณาจากจำนวนที่มีผู้ลิงค์เข้าสู่ไซต์นั้นเป็นเกณฑ์หรือดูที่จำนวนคำที่เกี่ยวข้องกับคีย์เวิร์ดของ ผู้ใช้เป็นหลัก การพยายามทำให้ไซต์ของเรา "ถูกลิงค์บ่อยๆ" จึงเป็นยุทธวิธีหนึ่งในการทำให้ไซต์ของคุณได้ ขึ้นมาอยู่อันดับต้นๆ ของเสิร์ชเอ็นจิ้นแบบแรกที่อาศัย ความนิยมของผู้ใช้เป็นเกณฑ์ วิธีหนึ่งที่จะทำเช่นนี้ได้ก็คือ การทำให้เอกสารทุกหน้าของไซต์ของคุณเชื่อมโยง ถึงกันได้หมด

จำไว้ว่าสิ่งหนึ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ คุณต้อง ประเมิน ผู้ซื้อที่เข้ามาเยี่ยมชมไซต์ของคุณด้วยว่า พวก เขาไม่ใช่แค่เข้ามาเยี่ยมชมเฉยๆ คุณอาจอำนวยความ สะดวกให้คนที่เป็นลูกค้าตัวจริงมากขึ้น ด้วยการให้ ผู้ใช้ต้องใส่คีย์เวิร์ดที่เจาะจงมากขึ้น ตัวอย่างเช่น ใช้คีย์เวิร์ดว่า "Pentium III" แทนคำว่า "computer" ที่กว้างเกินไป เพื่อที่ว่าคุณจะได้กรองแต่เฉพาะลูกค้าที่มีเป้าหมายว่าต้องการจะซื้อคอมพิวเตอร์รุ่นใด เพราะลูกค้ากลุ่มนี้น่าจะตั้งใจซื้อสินค้ามากกว่า

เสิร์ชเอ็นจิ้นบางแห่งใช้วิธีคิดค่าธรรมเนียมการ จัดอันดับไซต์ มีการจัดประมูลคีย์เวิร์ดของไซต์ต่างๆ เป็นประจำทุกเดือน ไซต์ไหนให้ราคาสูงกว่าก็จะได้รับการจัดอันดับอยู่ต้นๆ ตัวอย่างเช่น Yahoo! ที่มีบริการ Business Express ให้แก่ลูกค้าที่จ่ายค่าธรรมเนียม โดยรับประกันว่าไซต์ของคุณจะมีคนแวะเข้ามาชมภายใน 7 วันทำการ

สร้างไซต์คู่แฝด

อีกวิธีในการทำให้ไซต์ของคุณสามารถครองอันดับต้นๆ ก็คือ การสร้างไซต์ขึ้น 2 แห่ง ไซต์หนึ่งสำหรับคนทั่วไป อีกไซต์สำหรับเสิร์ชเอ็นจิ้นโดยเฉพาะ คุณสามารถสร้างไซต์คู่แฝดแบบนี้ (หรือที่เรียกว่า "ชาโดว์ไซต์") ขึ้นได้โดยไม่มีปัญหา พยายามให้ชาโดว์ ไซต์มีเนื้อหาเยอะๆ ภาพน้อยๆ เพราะเสิร์ชเอ็นจิ้นนั้นไม่สนใจภาพอยู่แล้ว แต่เน้นที่คำมากกว่าพยายามหลีกเลี่ยงพารามีเตอร์ CGI (common gateway inter-face) เพราะพวกสไปเดอร์ หรือเอเย่นต์อิเล็กทรอนิกส์ ที่คอยค้นหาและทำดัชนีของไซต์ต่างๆ นั้น) จะไม่สามารถพบไซต์ดังกล่าวได้

หมั่นตรวจสอบอันดับและสภาพการจราจรของไซต์

ถ้าไซต์ของคุณเข้าถึงได้ยากเพราะระบบการจราจรแออัด (มีผู้แวะมาเยี่ยมชมมาก) แต่กลับมียอดขายจริงๆ ไม่เท่าไร คุณอาจจะต้องเปลี่ยนคีย์เวิร์ดเสียใหม่ให้ชัดเจนกว่านี้ หรือแก้ไขข้อความแนะนำไซต์ของคุณ ซึ่งจะปรากฏคู่กับรายการลิงค์บนหน้าจอ เสิร์ชเอ็นจิ้นแต่ละแห่งมีข้อกำหนดในเรื่องนี้แตกต่างกัน ตัวอย่างเช่น บางแห่งจะให้คุณเขียนย่อหน้าสั้นๆ เพื่อแนะนำตัว จำกัดไม่เกิน 100 คำ คุณอาจจะต้องเขียนคำอธิบายไซต์ของคุณแตกต่างกันออกไปสำหรับแต่ละเสิร์ชเอ็นจิ้น

คุณสามารถหาซื้อซอฟต์แวร์ที่ใช้ตรวจสอบอันดับที่ของไซต์ของคุณบนเสิร์ช เอ็นจิ้นได้ หรืออาจเรียกใช้บริการจากธุรกิจที่ดูแลเรื่องนี้โดยเฉพาะ บริษัทพวกนี้ทำให้ไซต์ของคุณขึ้นลิสต์ และคอยดูแลไซต์ของคุณอย่างสม่ำเสมอ อย่างไรก็ดี ต้อง ระลึกไว้ว่าไซต์ของคุณควรได้รับการขึ้นลิสต์กับเสิร์ชเอ็นจิ้นที่ได้ผลเป็นสำคัญ เพราะ ถึงแม้คุณจะได้รับการบรรจุไว้ในรายการของเสิร์ชเอ็นจิ้นจำนวนมากถึง 700 แห่ง ก็ไม่มีประโยชน์อะไร ถ้าเสิร์ชเอ็นจิ้นพวกนั้นไม่ได้เชื่อมโยงไปถึงลูกค้าของคุณ ธุรกิจ ที่ว่านี้คิดค่าธรรมเนียมตามความคับคั่งของระบบจราจรสู่ไซต์ของคุณ นั่นหมายถึง เขาจะเก็บเงินจากคุณก็ต่อเมื่อมีคนคลิกเข้ามาที่ไซต์ของคุณ (ถึงแม้ว่าคนคนนั้นจะไม่ได้ซื้ออะไรเลยก็ตาม)

ทางที่ดี คุณควรมีรายงานบันทึกการเชื่อมต่อมายังไซต์ของคุณไว้เปรียบเทียบ กับรายงานที่ได้จากธุรกิจผู้ให้บริการด้วย เพื่อไว้ตรวจสอบ นอกจากนี้ ควรมีข้อมูล อัตราการเปลี่ยนแปลงสถานภาพ (จากผู้เยี่ยมชมมาเป็นผู้ซื้อ) (conversion rate) เพื่อ จะสามารถคิดคำนวณต้นทุนที่แท้จริงได้

การตลาดแบบบอกต่อแห่งยุคดิจิตอล

Viral Marketing ศัพท์คำใหม่ที่หมายถึงการบอกต่อในระบบอิเล็กทรอนิกส์ เจ้าของธุรกิจบางแห่งใช้วิธีเสนอเงื่อนไขให้ลูกค้าออนไลน์ของตนได้รับส่วนลดหรือได้ รางวัล หากสามารถแนะนำลูกค้ารายอื่นให้ได้ เพื่อเน้นความน่าเชื่อถือ เพราะคน ทั่วไปมีแนวโน้มจะเปิดดูอี-เมลส่งเสริมการขายที่ส่งมาจากเพื่อนมากกว่า

อีกรูปแบบหนึ่งของการตลาดแบบบอกต่อก็คือ โปรแกรมธุรกิจในเครือ (affiliate programs) โดยระบบนี้ธุรกิจในเครือแต่ละแห่งจะมีเว็บไซต์หรือไซต์ของตน เอง แล้วจดทะเบียนเข้ากับร้านค้าแห่งใดแห่งหนึ่ง เพื่อได้รับเลขประจำตัวของตน จาก นั้นธุรกิจต่างๆ เหล่านี้ก็จะเชื่อมโยงเข้าด้วยกันหรือเชื่อมต่อกับไซต์ของร้านค้าดังกล่าว

วิธีนี้มีข้อดีตรงที่ธุรกิจต่างๆ จะจ่ายค่าธรรมเนียมตามจำนวนลูกค้าที่ซื้อสินค้า เท่านั้น ไม่รวมผู้ที่แวะเข้ามาเยี่ยมชมเฉยๆ ธุรกิจแต่ละแห่งยังสามารถทราบแหล่งที่มาของลิงค์และผู้ซื้อสินค้าได้ด้วย โดยอาศัยเลขประจำตัวเฉพาะของตน ข้อดีอีกข้อ ก็คือ เป็นการเพิ่มโอกาสที่สินค้าของตนจะได้รับการเผยแพร่มากขึ้น

โปรแกรม customer loyalty จะช่วยให้เจ้าของธุรกิจสามารถตอบแทนรางวัล ให้กับลูกค้าที่ซื้อสินค้าของตนบ่อยๆ และเป็นการดึงดูดให้ลูกค้าซื้อสินค้าเป็นประจำ ที่ไซต์นี้มากขึ้น ร่วมหุ้นกับ aggregator

เมื่อก่อนธุรกิจออนไลน์มักจะคิดว่ากุญแจสู่ความสำเร็จก็คือ ต้องดึงดูดลูกค้าให้มาเยี่ยมชมไซต์ของตนให้มากๆ แต่ทุกวันนี้ ธุรกิจหลายแห่งทราบดีว่า ไม่สามารถรอคอยให้ลูกค้าแวะมาหาได้อีกต่อไป แต่ต้องออกหาลูกค้าด้วยตนเอง

ทางที่ดีที่สุดในการเข้าหาลูกค้าก็คือ การทำให้ รายการสินค้าของคุณมีอยู่ใน aggregator หรือไซต์ที่เป็นศูนย์รวมรายการสินค้าต่างๆ เข้าไว้ด้วยกัน รวมไป ถึงเอ็นจิ้นที่มีการเปรียบเทียบราคาสินค้า ซึ่งจะทำให้ผู้เยี่ยมชมหรือผู้ซื้อสามารถเห็นรายการผลิตภัณฑ์ทั้งหมดของคุณ

ก่อนจะเข้าเป็นหุ้นส่วนกับ aggregator คุณจำเป็นต้องประเมินต้นทุนการเข้าร่วมเสียก่อน ลองดูว่าไซต์ของ aggregator นั้นเข้ากันได้กับซอฟต์แวร์ที่คุณใช้หรือไม่ ดูว่าไซต์ดังกล่าวมีผู้แวะเข้าไปดูมากน้อย เพียงใด

ปกติแล้ว มักจะมีค่าธรรมเนียมแรกเข้า ค่าใช้จ่ายจะคิดจากจำนวนครั้งของการคลิกเข้าไปดู กล่าว อีกอย่างก็คือ ทุกครั้งที่ลูกค้าคลิกเข้าไปดูสินค้าของคุณ คุณจะต้องจ่ายเงินในจำนวนที่แน่นอน (เช่น 0.5 เหรียญ ต่อครั้ง) แม้ว่าลูกค้าที่คุณคาดหวังรายนี้อาจจะไม่ได้ซื้อสินค้าหลังจากดูรายละเอียดเสร็จแล้วก็ตาม อัตราการเปลี่ยนแปลงสถานภาพ หรือจำนวนของ ว่าที่ลูกค้าซึ่งกลายเป็นลูกค้าที่ซื้อจริง ก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่มีส่วนในการต่อรองระหว่างคุณกับ aggregator

ลิสต์ฟีด (Listfeed)

aggregator ส่วนใหญ่จะต้อง มีลิสต์ฟีด หรือไฟล์สินค้าของคุณวันต่อวัน จากนั้น ก็จะทำการฟอร์แมต ให้เหมาะกับไซต์ของตน ข้อแนะนำก็คือ คุณควรหาวิธีที่จะทำให้รายการ สินค้าของคุณมีโครงสร้างใกล้เคียงกับของ aggregator เพื่อที่จะได้ไม่ต้องมาเสียเวลาจัดประเภทรายการสินค้าใหม่ ag-gregator เจ้าใหญ่หรือผู้ที่ทำธุรกิจนี้มานาน มักจะมีระบบรองรับธุรกิจค้าปลีกได้มาก

aggregator บางรายยังเสนอบริการที่เรียกว่า universal shopping carts (รถเข็น ของรอบจักรวาล) โดยเปิดโอกาสให้ลูกค้าสามารถซื้อของจากคุณหรือร้านค้าอื่นๆ ได้ โดยตรงที่ไซต์ของ aggregator นั้น เสร็จแล้ว aggregator ก็จะแจ้งให้คุณทราบว่า มีการซื้อเกิดขึ้น คุณจึงดำเนินการตามขั้นตอนเพื่อให้การสั่งซื้อนั้นเป็นผลสำเร็จ หาก คุณต้องการเข้าร่วมบริการพิเศษนี้ คุณจำเป็นจะต้องมีระบบสนับสนุน ECML (elec-tronic commerce markup language) และต้องอนุญาตให้ aggregator ปรับปรุงฐานข้อมูลของคุณผ่านทางเว็บได้ด้วย

ไดเร็กต์เมลอิเล็กทรอนิกส์แบบเจาะกลุ่ม

ระบบ EDM แบบเจาะกลุ่ม หรือที่เรียกว่า Targeted Electronic Direct Mail นั้นช่วยให้ร้านค้าหลายแห่งสามารถส่งเสริมการขายได้แบบครั้งเดียวจบ เพื่อดึงดูด ลูกค้าทั้งเก่าและใหม่ให้แวะมาเยี่ยมไซต์ของตนได้แบบประหยัดสุดๆ ปกติแล้วคุณ มักจะมีข้อมูลการซื้อและจับจ่ายสินค้าของลูกค้าเหล่านี้อยู่แล้ว จึงสามารถเขียน อี-เมลที่ดึงดูดความสนใจของลูกค้าได้ตามต้องการ อี-เมลจะช่วยให้คุณสามารถสร้าง และรักษาความสัมพันธ์กับลูกค้าได้ และปลูกฝังความซื่อสัตย์ในตัวสินค้า แต่อาจมี ข้อเสียหากว่าคุณไม่ทราบกลุ่มลูกค้าที่ชัดเจนหรือไม่ได้ทำการส่งเสริมการขายแบบรุก

ใช้ประโยชน์จาก "คุกกี้ส์"

ระบบไดเร็กต์เมลแบบเจาะกลุ่มยังทำให้คุณมีข้อมูลด้านการตลาดที่สำคัญ โดยการใช้เทคโนโลยีติดตามการทำงานหรือที่เรียกว่า cookies เพื่อทำให้คุณทราบว่าลูกค้าแต่ละรายคลิกเข้าไปดูอะไรบนหน้าจอบ้าง เท่านี้คุณก็มั่นใจว่าจะสามารถส่งข้อความที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดให้กับลูกค้าแต่ละราย แต่การใช้โปรแกรมนี้อาจจำเป็นต้องมีความรู้ด้านเทคนิค และมีเวลาพอสมควรในการปรับเปลี่ยนข้อความ ในจดหมายอย่างสม่ำเสมอ การจ้างธุรกิจภายนอกมาทำก็ดูจะเป็นทางเลือกที่ดี

พร้อมเชื่อมต่อกับลูกค้าล้ำสมัย

คาดกันว่าภายใน 5 ปี นักเล่นเว็บส่วนใหญ่จะล็อกอินโดยผ่านอุปกรณ์ไร้สาย หรือที่เรียกว่า โมไบล์คอมเมิร์ซ หรือเอ็ม-คอมเมิร์ซ ดังนั้น ควรเตรียมเว็บไซต์ WAP-compliant ไว้แต่เนิ่นๆ WAP หรือ Wireless Application Protocol ชุดคำสั่งที่ช่วยให้อุปกรณ์ไร้สาย WAP สามารถเชื่อมต่อกับผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตใดๆ ก็ได้

ปัจจุบัน WAP นั้นเป็นที่นิยมในแถบยุโรป เนื่อง จากค่าโทรศัพท์ภายในประเทศของที่นั่นแพงมาก หาก คุณวางแผนจะจัดจำหน่ายสินค้าในยุโรป ก็จำเป็นที่จะต้องใช้ WAP นอกจากนี้ ควรทราบไว้ว่าอาจมีระบบ ใหม่มาใช้แทน WAP คือ Third Generation Mobile System ซึ่งอยู่ในระหว่างดำเนินการ และให้บริการโดย อินเตอร์เนชั่นแนล เทเลคอมมิวนิเคชั่น ยูเนี่ยน (ITU)

WAP Navigation

เนื่องจากอุปกรณ์ไร้สายที่พกพาได้นั้น มีหน้าจอที่เล็กกว่าหน้าจอคอมพิวเตอร์มาก ผู้ใช้ WAP จึงต้องใช้อุปกรณ์นำทางที่ง่ายขึ้น โดยมีเพียงลิสต์รายการ ที่ใช้วิธีเจาะเข้าไปเรื่อยๆ กล่าวอีกอย่างก็คือ ผู้ใช้จะเลื่อนรายการดู และเลือกสิ่งที่ต้องการต่อๆ ไปเรื่อยๆ จนในที่สุดจึงจะได้ข้อมูลที่ต้องการ

การจะช่วยให้นักโต้ WAP (WAP Surfer) หาไซต์ของคุณเจอ ควรพยายามทำให้ไซต์ของคุณแสดงอยู่บนเมนูรายการบนเมนูหลักของผู้ให้บริการ ซึ่งจำเป็น ต้องอาศัยการทุ่มเงินประมูลพอสมควร

วิธีที่ดีที่สุดในการจะก้าวสู่ยุคไร้สาย ก็โดยการร่วมมือกับ wireless aggregator ข้อดีก็คือ aggregator จะคิดเงินจากคุณก็ต่อเมื่อคุณขายได้เท่านั้น

คลิกแล้วคุย

เนื่องจากโทรศัพท์มือถือคือผู้ครองตลาดไร้สาย เราจึงควรใช้ประโยชน์จาก เสียงให้มากที่สุด ที่สำคัญ ก็คือ เสียงช่วยให้ปิดการขายได้ ไซต์ของ คุณ อาจจะแสดงหมายเลขโทรศัพท์ของแผนกลูกค้าสัมพันธ์ หรือ เปิดโอกาสให้ลูกค้าสามารถเลือกได้ว่าจะคลิกโทรเลยหรือเปล่า การจะทำเช่นนี้ได้ คุณจำเป็นต้องเพิ่มปุ่มหนึ่ง ปุ่มลงไปในหน้าเว็บที่ใช้ WAP ข้อดีของการใช้ปุ่มลิงค์แบบนี้ก็คือ ลูกค้าจะไม่ต้องรอสายนานและเจ้าหน้าที่แผนกลูกค้าสัมพันธ์ที่ตอบรับการลิงค์นี้ ก็มีข้อมูลต่างๆ พร้อมอยู่แล้ว

ทำอย่างไรเพื่อให้ซื้อง่ายและสะดวกขึ้น ทำอย่างไรไซต์ของคุณจึงจะตอบสนองความต้องการเฉพาะบุคคล

นิตยสารผู้จัดการ สิงหาคม 2544

สินค้า/บริการ แนะนํา
THAILANDWAY.COM
ราคา 50,000.00 บ.
WWW.MYSIAMLAND.COM
ราคา 50,000.00 บ.
1HERO.COM
ราคา 300,000.00 บ.
CLONINGMONEY.COM
SOLD !
PARADISELINE.COM
SOLD !
www.bahtthai.com (For Sale)
ราคา 50,000.00 บ.
YOUBIZ.COM
SOLD !

//