logo
MENUDOMAIN.NET

บทความ

The E-Commerce Arsenal เทคโนโลยี 12 แบบเพื่อรับมือยุคดิจิตอล พร้อมสร้างธุรกิจอี-คอมเมิร์ซ [ต่อ]

24-02-2552 20:47:03น.

การจะทำให้ไซต์ของคุณสามารถตอบรับความต้องการของลูกค้าแต่ละรายได้ มี 2 วิธี ดังนี้

1) เพิ่มความรวดเร็วในจุดจ่ายเงิน (เช่น มีการบันทึกข้อมูลบัตรเครดิตของลูกค้าไว้)

2) ดูความสนใจของลูกค้าแต่ละราย และศึกษาว่าลูกค้าชอบซื้ออะไร

ถ้าคุณเคยสั่งซื้อหนังสือผ่าน อเมซอนแล้วกลับไปที่ไซต์นั้นอีกครั้ง คุณจะได้เห็นตัวอย่างของการสนองตอบความต้องการส่วนบุคคล อเมซอนจะแนะนำหนังสือประเภทเดียวกับที่คุณเคยสั่งซื้อ โดยอาศัยข้อมูลการสั่งซื้อครั้งก่อนๆ

วิธีหลักในการวิเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับความชอบ/ไม่ชอบของลูกค้าและนำมา ใช้เพื่อสนองตอบความต้องการเฉพาะของแต่ละคนนั้น มีอยู่ 2 วิธีด้วยกันคือ เอ็นจิ้น แนะนำ (Recommendation Engine) และบทวิเคราะห์แนวคลิกของลูกค้า (click stream analysis)

Recommendation Engine

เอ็นจิ้นแนะนำจะทบทวนข้อมูลการซื้อสินค้าของลูกค้าในฐานข้อมูล และให้ คำแนะนำแบบ real-time แก่ลูกค้าแต่ละราย เอ็นจิ้นเหล่านี้ใช้วิธีการวิเคราะห์และเทคนิค collaborative filtering (การกรองข้อมูล)

เทคนิคที่ว่าจะพิจารณาข้อมูลประวัติการซื้อของลูกค้า ควบคู่ไปกับข้อมูลพื้นฐานอื่นๆ ของลูกค้า (เช่น เพศ, อายุ, การศึกษา ฯลฯ) จึงทำให้ทราบว่า เมื่อลูกค้าซื้อสินค้าชิ้นนี้แล้ว น่าจะซื้อสินค้าอะไรต่ออีก Collaborative filtering ยังสามารถ ให้คำแนะนำกับลูกค้าใหม่ที่แวะเข้ามาได้ โดยดูว่าลูกค้าเลือกดูสินค้าอะไรบ้าง วิเคราะห์แนวการคลิกของลูกค้า

Click-stream analysis ซึ่งเป็นระบบ real-time จะทำให้คุณเห็นว่า ลูกค้าได้เลือกดูอะไรบ้างในการแวะ มาเยี่ยมชมครั้งนี้ จึงทำให้คุณตัดสินใจจะนำเสนอ อะไร ให้กับลูกค้าต่อไป เว็บไซต์ของอเมซอนก็ใช้เทคนิคนี้

เมื่อใดก็ตามที่คุณมีข้อมูลของลูกค้า จงนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ อย่ายัดเยียดไม้กอล์ฟและอุปกรณ์ เล่นเทนนิสให้ลูกค้า ถ้าเธอบอกคุณแล้วว่าเธอชอบคลิก เข้าไปดูเรื่องการจัดสวนและรายชื่อพิพิธภัณฑ์ต่างๆ

ติดตั้งเครื่องมือค้นหา เพื่อช่วยลูกค้าค้นหาสิ่งที่ต้องการ

หากลูกค้ามีประสบการณ์ที่เลวร้ายจากการซื้อสินค้าออนไลน์เพียงครั้งเดียว ลูกค้าจะเลิกซื้อสินค้าทาง อินเทอร์เน็ตนานหลายเดือน ซึ่งทำให้พ่อค้าออนไลน์รายอื่นพลอยได้รับผลกระทบไปด้วย เพื่อสร้างความประทับใจในการซื้อสินค้าให้แก่ลูกค้า อันจะนำไปสู่การ ซื้อซ้ำ ร้านค้าออนไลน์จึงควรใช้เทคโนโลยีต่างๆ ดังนี้

Shopping Wizard

Shopping Wizard ก็เหมือนสาแหรกการตัดสินใจ เหมาะกับลูกค้าที่ต้องการ เลือกซื้อของขวัญสักชิ้น ลูกค้าเพียงแต่กรอกข้อมูลเกี่ยวกับผู้รับ โอกาสของการให้ของขวัญชิ้นนี้ และระดับราคาของขวัญ จากนั้น Shopping Wizard ก็จะแนะนำสินค้า ให้กับลูกค้าได้โดยอาศัยข้อมูลเหล่านี้ คุณยังสามารถตั้งโปรแกรมให้ระบบถาม คำถามที่เจาะจงมากขึ้นก็ได้ แต่ต้องแน่ใจว่า รายการสินค้าต่างๆ ที่จะแนะนำให้แก่ ลูกค้าเป็นรายการที่ทันสมัย

In-context search tool

เครื่องมือนี้ใช้เพิ่มเข้าไปใน Shopping Wizard เพื่อให้ลูกค้าสามารถพิมพ์คำพูดปกติลงไปได้ โดยไม่ต้องเป็นภาษาที่คอมพิวเตอร์เข้าใจ (เช่น "ฉันต้องการเครื่องตัดหญ้าไร้สาย") ระบบจะจำกัดสิ่งที่ลูกค้าต้องการให้แคบเข้า โดยการถามคำถามเพิ่ม (เช่น ผลิตภายในประเทศหรือต่างประเทศ)

Natural-language search tool

เครื่องมือนี้จะช่วยให้คุณสื่อสารกับลูกค้าได้ดีขึ้น ธุรกิจให้บริการด้านการเงิน เป็นธุรกิจที่ได้ประโยชน์มากจาก natural-language search tool เพราะช่วยให้สามารถ ดึงดูดลูกค้าหลากหลายที่มีพื้นฐานความรู้ด้านการเงิน แตกต่างกันไป บริษัทที่ให้บริการ natural-language search tool ยังสามารถดึงเอาคำถามที่ถามบ่อยๆ ขึ้น มาได้ ทำให้ไซต์ของคุณสามารถจัดเตรียมคำตอบไว้ล่วงหน้า

ฐานความรู้ (knowledgebase)

ฐานความรู้หรือการรวบรวมคำถามและคำตอบ เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ หรือบริการ เป็นเทคโนโลยีที่เหมาะสำหรับลูกค้าที่มีความรู้ในเชิงเทคนิคแล้ว ระบบ นี้อาจจะถูกสร้างขึ้นไว้ก่อน แล้วค่อยๆ ปรับปรุงขึ้นโดยใช้ข้อมูลคำถามที่มีเข้ามายังฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์

ตัวอย่างเช่น บริการของบริษัท 3Com ซึ่งมีรายการคำถามด้านเทคนิคที่เฉพาะเจาะจงมากๆ ซึ่งมักจะมีรูปแบบคำถามซ้ำๆ กัน และทำให้ผู้ใช้ผลิต ภัณฑ์เครือข่ายของบริษัทได้รับคำตอบโดยเร็วที่สุด หากฐานความรู้ไม่สามารถตอบคำถามได้ครบถ้วน เจ้าหน้าที่สนับสนุนจึงค่อยลงมือแก้ปัญหา เมื่อได้รับโทรศัพท์จากลูกค้า

เตรียมรับลูกค้าทั่วโลก

สหรัฐอเมริกามิใช่แหล่งจับจ่ายที่สำคัญของบรรดานักชอปอีกต่อไปแล้ว ดังนั้นถ้าคุณวางแผนจะก้าวสู่สมรภูมิอี-คอมเมิร์ซ คุณต้องรับเงินสกุลอื่นนอกเหนือจากเงินดอลลาร์

คุณอาจต้องประหลาดใจเมื่อได้รู้ว่า ประมาณ 30-40% ของผู้ที่ลิงค์เข้ามาที่ไซต์ของคุณนั้นมาจาก ต่างประเทศ (ที่ไม่ใช่อเมริกา) ผู้ดูแลเครือข่าย ย่อมจะสามารถค้นหาแหล่งที่มาของแขกผู้มาเยี่ยมเยือนเหล่า นี้ และวิเคราะห์แนวการคลิกของพวกเขาได้ไม่ยาก บ่อยครั้งที่นักชอปต่างชาติต้องผิดหวังกับข้อความที่ระบุไว้ท้ายหน้าเอกสารว่า "จัดจำหน่ายเฉพาะในอเมริกาเท่านั้น" การจะทำให้ไซต์ของคุณเปิดรับลูกค้า สากลให้มากกว่านี้ก็ได้แก่ การทำให้โครงสร้างของไซต์ เป็นสากลด้วยการ

‘ กำหนดนโยบายการขนส่งสินค้าบนโฮมเพจของคุณ หรือหน้าที่ใกล้ๆ กัน

‘ ฟอร์แมตของไซต์ควรเปิดกว้างสำหรับเขตจังหวัดหรือเมืองอื่นๆ นอกประเทศ เช่น ช่องป้อนข้อมูล และหมายเลขโทรศัพท์ ควรเว้นที่เผื่อไว้

‘ ใช้ฐานข้อมูลที่รับตัวอักษร double ASCII ซึ่งใช้กับบางภาษา เช่น ภาษาญี่ปุ่น และภาษาจีน

‘ ลดกราฟิกลง เพื่อลดเวลาการดาวน์โหลด

เปิดรับเงินต่างสกุล

สอบถามลูกค้าแต่เนิ่นๆ ว่า พวกเขายินดีจะจ่ายเงินเป็นเงินสกุลอะไร เพื่อคุณจะสามารถคำนวณอัตราแลกเปลี่ยน และเก็บข้อมูลนั้นไว้จนถึงจุดชำระเงิน ผู้ให้ บริการซอฟต์แวร์ประมวลผลบัตรเครดิตจะสามารถช่วยคุณในจุดนี้ได้

เปิดให้ลูกค้าเข้าถึงรายการสินค้า แบบ real-time

ธุรกิจออนไลน์นั้นต้องมีข้อมูลสินค้าที่กว้างขวาง ทั้งก่อนและหลังการขาย ลูกค้าออนไลน์ต้องสามารถเห็นภาพสินค้าและอ่านคำบรรยายลักษณะสินค้าก่อนซื้อ ได้ อีกทั้งต้องได้รับจดหมายยืนยันการสั่งซื้อจากผู้ขายโดยทางอี-เมลด้วย ถ้าลูกค้า มีข้อสงสัย หรือเกิดความไม่มั่นใจในระหว่างการซื้อ (เช่น อยากทราบว่ามีของชิ้นนี้ใน สต็อกหรือไม่) แล้วไม่ได้รับคำตอบลูกค้า อาจโทรสอบถามไปที่บริษัทโดยใช้บริการ โทรฟรี หรือไม่ก็ยกเลิกการซื้อไปเลย

หากธุรกิจของคุณดูแลสินค้าคงคลังด้วยตนเอง ควรเพิ่มปุ่ม "มีในสต็อก" ขึ้น ที่หน้าแสดงผลิตภัณฑ์ทุกชิ้น เพื่อให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงรายการสินค้าคงคลัง แบบ real-time แต่ถ้าผู้จัดจำหน่ายของคุณเป็นผู้ดูแลสินค้าคงคลัง คุณควรจัดให้ใครเป็น ผู้ดูแลข้อมูลดังกล่าวแบบ real-time หรืออย่างน้อยก็ควรมีการปรับปรุงข้อมูลนี้บ่อยๆ

การยืนยันคำสั่งซื้อ

อี-เมลยืนยันคำสั่งซื้อเป็นสิ่งที่ผู้ขายทั่วไปมักมองข้าม ทั้งๆ ที่เป็นโอกาส อันดีที่ผู้ขายจะสามารถสร้างสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้า อี-เมลดังกล่าวต่างกับอี-เมลส่งเสริมการขายทั่วๆ ไป (ที่ลูกค้าอาจไม่ได้เปิดดูด้วยซ้ำ) เพราะลูกค้าย่อมต้องการตรวจสอบว่า ผู้ขายได้รับคำสั่งซื้อจริง คุณสามารถเพิ่มรายการส่งเสริมการขายแบบ ให้ส่วนลดเข้าไปในจดหมายด้วยก็ได้ หมายเหตุ - ข้อมูลต่างๆ ที่ลูกค้าป้อนเข้าไปในระบบออนไลน์ ควรจะมีอยู่ที่ศูนย์ลูกค้า สัมพันธ์ที่ให้บริการทางโทรศัพท์ด้วย หรือที่แผนกสโตร์เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ลูกค้า ในทุกๆ จุด

ระบบบริหารข้อมูล ปรับปรุงข้อมูลทุกอย่างให้ทันสมัย

ระบบบริหารข้อมูล (Content Management Systems - CMS) เป็นซอฟต์แวร์ สำเร็จรูปที่เก็บข้อมูลเกี่ยวกับสินค้า, ราคา และข้อมูลพิเศษอื่นๆ ที่ทันสมัยไว้ที่ไซต์ ของคุณ ซอฟต์แวร์นี้ได้รับการพัฒนามาจนเป็นระบบซับซ้อนในปัจจุบัน และทำให้คุณ สามารถรวมระบบบริหารคำสั่งซื้อ, ซอฟต์แวร์หัวใจธุรกิจ, ซอฟต์แวร์บริหารสินค้าคงคลัง, ซอฟต์แวร์การ วางแผนทรัพยากรองค์กร, ซอฟต์แวร์ฐานข้อมูลลูกค้า และซอฟต์แวร์ตอบสนองลูกค้าแต่ละรายไว้ด้วยกัน

องค์ประกอบพื้นฐานของ CMS

เนื่องจาก CMS มีบทบาทสำคัญต่อความสำเร็จ ของธุรกิจของคุณอย่างมาก ดังนั้นระบบของคุณควรจะมีองค์ประกอบพื้นฐานดังนี้

‘ เนื้อหาของเอกสารต้องเป็นอิสระจากการนำ เสนอ คุณย่อมต้องการให้ลูกค้าสามารถเข้ามาดูไซต์ของคุณได้ ไม่ว่าเขาจะเข้ามาที่ไซต์ของคุณโดยผ่าน desktop browser หรือโทรศัพท์เคลื่อนที่ก็ตาม ดังนั้นผู้ออกแบบเนื้อหาของคุณ ต้องจัดหาข้อมูลทั้งหมดให้ก่อน แล้วค่อยใช้ logic และ template ของ CMS มาทำหน้าที่นำรายการข้อมูลไปใส่ตรงตำแหน่งที่ถูกต้องในเวลาที่เหมาะสม

‘ เนื้อหาต้องบรรจุอยู่ในฟอร์แมตที่ไม่เฉพาะเจาะจง (nonproprietary format) เพื่อให้การโอนถ่ายข้อมูลทำได้ง่ายขึ้น หากมีการอัพเกรด หรือนำระบบใหม่มาใช้

‘ ข้อมูลนั้นจะสร้างขึ้นจากไหน (เช่น จากเจ้าหน้าที่การตลาด หรือคนภาย นอก) ก็ไม่สำคัญสำหรับ CMS

‘ ใช้ intuitive interface

‘ สามารถแก้ไขปรับปรุงเนื้อหานั้นได้โดยไม่ต้องปิดระบบ

‘ ควบคุมเวอร์ชั่นของเอกสารโดยมีวันที่และเวลาการอนุมัติการแก้ไขกำกับ

‘ ใช้เทมเพลตในการจัดการเนื้อหา เพื่อสร้างหน้าเอกสารและตรวจแก้ได้ง่ายขึ้น

‘ ใช้ personalization engine เพื่อให้หน้าตาเอกสารเปลี่ยนแปลงตามผู้เข้ามาเยี่ยมชม โดยดูที่องค์ประกอบต่างๆ ของผู้เยี่ยมชม

‘ คุณสามารถเพิ่มข้อกำหนดทางธุรกิจที่ซับซ้อนได้ เพื่อกำหนดว่าสินค้าใดต้องแสดงคู่กับสินค้าใด

‘ สามารถเชื่อมต่อกับเครือข่ายการชำระเงินของคุณได้อย่างกลมกลืน

‘ ทำให้เข้าถึงข้อมูลเมตริกซ์ได้ง่าย

การปรับปรุงด้านการบริการลูกค้า ระบบคุยกันก่อนขาย และบริการลูกค้าแบบ real-time

ปัจจุบันมีระบบที่เอื้อให้ลูกค้าออนไลน์สามารถติดต่อกับฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์ ก่อนตัดสินใจสั่งซื้อได้แล้ว โดยผู้ขายจ่ายเงินเพิ่มอีกเพียงไม่เท่าไร ลองคิดดูว่า ใน ร้านค้าทั่วไป ลูกค้าสามารถขอความช่วยเหลือจากพนักงานขายก่อนซื้อสินค้าได้ แต่ ในระบบออนไลน์ ลูกค้าอาจจะรู้สึกว่า หากต้องการติดต่อฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์ ก็ต้อง ใช้วิธีโทรศัพท์ หรืออี-เมลไปถาม ซึ่งไม่ใคร่สะดวก พวกเขาจึงอาจตัดสินใจยกเลิกคำสั่งซื้อ

ในร้านค้าปกติ พนักงานขายในร้านสามารถเสนอสินค้าตัวอื่นให้แก่ลูกค้า เพื่อเพิ่มยอดขาย แต่ถ้าเป็นระบบออนไลน์อาจใช้เครื่องมือ คุยก่อนขาย (real-time chat) และบริการส่งข้อความแบบเร่งด่วน ซึ่งเครื่องคอมพิวเตอร์ของลูกค้าไม่จำเป็น ต้องมีซอฟต์แวร์พิเศษใดๆ ในการใช้บริการดังกล่าว

เมื่อลูกค้าคลิกเข้ามาที่ปุ่ม chat เจ้าหน้าที่แผนกลูกค้าสัมพันธ์จะพิมพ์คำตอบ โดยชื่อของเจ้าหน้าที่จะปรากฏขึ้นที่ช่องสี่เหลี่ยมหน้าจอลูกค้า ถ้าเจ้าหน้าที่กำลังติดสายอื่นอยู่ จะมีข้อความแจ้งขึ้นที่หน้าจอของลูกค้า ปุ่มเร่งด่วนยังช่วยให้เจ้าหน้าที่ สามารถตอบคำถามในเวลาอันรวดเร็ว โดยสามารถตอบลูกค้าได้พร้อมๆ กันครั้งละ 6 คน

นอกจากนี้ ปุ่ม chat ยังทำให้พนักงานสามารถดึงเอาหน้าเว็บขึ้นมาประกอบ คำอธิบายได้ด้วย ทั้งยังช่วยให้พนักงานสามารถทราบว่าลูกค้ากำลังดูหน้าไหนอยู่

ใช้กลุ่มเพื่อนช่วยดึงยอดขาย

กล่าวได้ว่า ปัจจุบัน อเมซอนเป็นชอปปิ้งไซต์ออนไลน์ที่ประสบความสำเร็จ มากที่สุดไซต์หนึ่ง นี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญเลย เพราะอเมซอนเป็นไซต์แรกที่ดึงเอากลุ่มคนรู้จักมาเป็นตัวสร้างความเชื่อถือในตัวสินค้า โดยการเพิ่มส่วนคำวิจารณ์จากลูกค้าเข้าไป แถมยังมีส่วนของ "ชอปกับเพื่อน" เพื่อให้ผู้ซื้อ 2 คนจากต่างที่ สามารถเชื่อมต่อกับไซต์อเม-ซอน และพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นแบบ real-time เกี่ยวกับตัวสินค้าได้

ระบบสนับสนุนลูกค้าแบบหลายช่องทาง เชื่อมบริการลูกค้าแบบออนไลน์และออฟไลน์

ผลการสำรวจลูกค้าออนไลน์ชี้ให้เห็นว่า การให้ บริการที่ดีแก่ลูกค้าเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ลูกค้าขาจร กลายมาเป็นลูกค้าที่ซื่อสัตย์ และซื้อสินค้าจากผู้ขายเดิมซ้ำแล้วซ้ำเล่า ขณะเดียวกัน เว็บยังเป็นตัวเปลี่ยน แปลงลักษณะของธุรกิจค้าปลีกจากที่เคยเน้นที่ตัวสินค้า หันมาเน้นที่ลูกค้าเป็นหลัก จุดแข็งของธุรกิจดังกล่าวก็คือ การให้การสนับสนุนลูกค้าทุกระดับและทุกช่องทาง ยิ่ง e-business เชื่อมโยงกับร้านค้าที่มีอยู่ได้มากเท่าไร ฝ่ายสนับสนุนลูกค้าก็ยิ่งทวีความสำคัญมากขึ้น เท่านั้น การรวมฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์แบบออนไลน์และออฟไลน์เข้าด้วยกัน จึงได้แก่

‘ การทำให้พนักงานขายในร้านรู้ว่า ร้านค้าได้เสนออะไรทางอี-เมลให้แก่ลูกค้าบ้าง และให้รางวัลแก่ลูกค้าที่ตอบรับสินค้าอย่างไรบ้าง

‘ ติดตั้งตู้บริการอัตโนมัติไว้ที่ร้าน เพื่อที่ลูกค้า จะสามารถสั่งซื้อสินค้าที่หมดสต็อกที่ร้านค้าใดร้านค้า หนึ่งได้

‘ ให้คูปองโดยผ่านอุปกรณ์มือถือเมื่อลูกค้าลงชื่อเป็นสมาชิกในร้านค้าทั่วไป

‘ พนักงานในร้านต้องสามารถติดตามประวัติผู้ซื้อด้วยระบบออนไลน์ได้

ความสำคัญของระบบเลือกชำระเงิน

สิ่งหนึ่งที่สำคัญสำหรับไซต์ของคุณก็คือ ระบบ ทางเลือกชำระเงิน ซึ่งสำคัญสำหรับคุณเองมากกว่าสำหรับลูกค้าเสียอีก เพราะ 35% ของรายการขายที่เกิดขึ้น (ไม่ว่าจะเป็นออนไลน์หรือออฟไลน์) เป็นการฉ้อโกงทั้งนั้น ร้านค้าออนไลน์จึงต้องป้องกันตนเองเป็น พิเศษ โดยการปรับปรุงระบบให้มีการจ่ายเงินได้หลาย แบบเพื่อแก้ปัญหา

วิธีที่สำคัญที่สุดในการป้องกันตนเองก็คือ ใช้ระบบการจ่ายชำระที่มีการตรวจสอบว่า ผู้ใช้บัตรเครดิตคือเจ้าของบัตรที่แท้จริง ซึ่งมีทั้งระบบที่ติดตั้งบน ฮาร์ดแวร์ คือเป็นเทคโนโลยีสมาร์ทการ์ดที่มีชิปฝังอยู่ในคอมพิวเตอร์ หรือระบบที่ใช้ Encrypted-cookie ที่ธุรกิจภายนอกจะเป็นผู้เก็บรวบรวมข้อมูลของลูกค้า และข้อมูล การชำระเงิน แล้วบันทึกเข้าไว้ในคอมพิวเตอร์ หรือระบบรักษาความปลอดภัย ที่ลูกค้าจะต้องติดตั้งซอฟต์แวร์ไว้ที่เครื่อง ขณะที่ร้านค้าก็ต้องติดตั้ง secure-socket layer เพื่อส่งผ่านรหัสข้อมูล

วิธีอื่นๆ

นอกจากระบบตรวจสอบเจ้าของบัตรแล้ว ยังมีวิธีการชำระเงินแบบอื่นๆ ที่ให้ผลดี เพราะไม่ต้องอาศัยเครือข่ายบัตรเครดิตแบบเก่า และเจ้าของสินค้าก็ไม่ต้อง เปิดบัญชีขึ้นมาโดยเฉพาะด้วย วิธีดังกล่าวก็เช่น

Same-as-Cash วิธีนี้ผู้ซื้อจะต้องไปที่ร้านค้าและซื้อบัตรตามมูลค่าที่ต้องการ จากนั้นบัตรเหล่านี้ก็จะใช้ได้ที่เว็บไซต์ของผู้ขาย (โดยลูกค้าใส่รหัสผ่านเข้าไป) บัตรนี้ใช้ซื้อสินค้าที่สาขาใดของทางร้านก็ได้

Stored-Value-Accounts Online ลูกค้าจะสร้างบัญชีออนไลน์ขึ้นที่ไซต์ของ ผู้ขาย ซึ่งสามารถเรียกเก็บเงินจากบัตรเครดิตที่ลูกค้าถืออยู่, เช็ค, บัญชีออมทรัพย์ หรือธนาณัติ ลูกค้าจะได้รับรหัสผ่าน จากนั้นเมื่อมูลค่าของบัตรลดลงเพราะถูกใช้ไป ลูกค้าต้องอนุมัติให้มีการโอนเงินมาเพิ่ม หรือส่งเช็คหรือธนาณัติมาเพิ่มยอดเงินก็ได้

Self-recharging Account ลูกค้าสร้างบัญชีขึ้น เรียกเก็บเงินจากบัตรเครดิต หรือการโอนเงินเข้าบัญชี เมื่อมีการจ่ายเงินออกไป จะมีการเรียกเก็บเงินมาทดแทน ยอดที่ลดลงโดยอัตโนมัติ

Hardware-Based Stored-Value Account วิธีนี้ บัญชีของลูกค้าจะถูกเรียกเก็บเงินด้วยวิธีการดังข้างต้น แต่จะใช้ได้ต่อเมื่อมีการนำเอาชิปหรือตัวอ่านการ์ดติดตั้งเข้าที่เครื่องคอมพิวเตอร์ ฮาร์ดแวร์หลักของผู้ขายจะเริ่มทำงานก็เมื่อมีการติดตั้ง เครื่องมือดังกล่าว วิธีนี้ค่อนข้างยุ่งยาก

Phone Bill Payment ผู้ซื้อจำเป็นต้องเข้าไปที่ไซต์ของผู้ขายโดยการหมุนโทรศัพท์เข้าไปเท่านั้น ตรงจุดจ่ายเงิน ลูกค้าต้องคลิกที่ปุ่มที่ระบุว่า ลูกค้ายินดีให้มีการเรียกเก็บเงินทางโทรศัพท์ ผู้ขายจะทำการดาวน์โหลดโปรแกรมการเชื่อมต่อไปยังหมายเลข 900 และต่อไปยังรายการค่าใช้จ่ายของลูกค้าที่จะปรากฏในใบแจ้งหนี้ค่าโทรศัพท์ ลูกค้าต้องเรียกกลับไปที่ ISP อีกครั้ง และเข้าไปที่หน้ายืนยันคำสั่งซื้อ วิธีนี้เป็นวิธีที่ได้รับความนิยม และลดความเป็นไปได้ในการเจาะเข้าสู่ข้อมูลบัตรเครดิตโดยบุคคลอันไม่พึงประสงค์

Micropayment ผู้ขายจะบันทึก "หลักฐาน" จากขั้นตอนการจ่ายเงินเพื่อยืนยันว่ามีการจ่ายจริง วิธีนี้ทำให้คุณไม่จำเป็นต้องบันทึกข้อมูลการชำระเงินใดๆ ของลูกค้าไว้เลย หรือคุณอาจจะทำให้ขั้นตอนการจ่ายเงินเรียกเข้ามาที่เซิร์ฟเวอร์ แล้วค่อยยอมรับการจ่ายเงินจากลูกค้าก็ได้

นิตยสารผู้จัดการ สิงหาคม 2544